ความแตกต่างของการเล่น สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

เพื่อนๆหลายคนคงเข้าใจว่าการเล่นสนุกเกอร์นั้นมีชื่อเรียกหลายชื่อ อาจจะเรียกพูลก็ได้ บิลเลียดก็ได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้นกีฬา สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด มีลักษณะการเล่นที่แตกต่างกัน การวางลูกที่แตกต่างกัน รวมไปถึงกฎกติกาที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย แต่ความนิยมและเป็นสากลมากกว่าต้องยกให้ สนุกเกอร์ เพราะมีการแข่งขันในระดับนานาชาติปีละหลายๆ ครั้งจนได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์และเป็นที่รู้จักมากกว่าพูลและบิลเลียด ในวันนี้เราจะมานำเสนอและอธิบายความแตกต่างของกีฬาชนิดนี้กัน

ความแตกต่างของการเล่น สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

ประวัติ สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

สนุกเกอร์เริ่มเกิดขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 กีฬาบิลเลียดเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมในหมู่ทหารอังกฤษที่ประจำในประเทศอินเดีย และคิดค้นเพิ่มเติมรูปแบบใหม่จากบิลเลียดแบบเดิม หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงในระหว่างเจ้าหน้าที่ได้คิดค้นในขณะอยู่ในห้องรับประทานอาหารในเมืองจาบาลปุร์ (Jabalpur) ระหว่าง ปี 1874 หรือ 1875 ได้เพิ่มลูกบอลสีต่างๆ ได้แก่สีแดงและดำ ซึ่งถูกนำมาใช้สำหรับ พีระมิดพูล และไลฟ์พูล มีการกำหนดกติกาอย่างเป็นทางการในปี 1884 โดย เซอร์ เนวิลล์ แชมเบอร์เลน คำว่า สนุกเกอร์ (snooker) ในภาษาอังกฤษ มีต้นกำเนิดจากการทหาร ซึ่งเป็นสแลงของนักเรียนนายทหารปีแรกหรือบุคลากรที่ไม่มีประสบการณ์ หนึ่งในฉบับที่กำหนดการแข่งขัน ซึ่งเซอร์ เนวิลล์ แชมเบอร์เลน แห่งกรมทหารเดวอนเชอร์ (ที่ไม่ใช่ชื่อเดียวกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ) ได้เล่นเกมใหม่เมื่อนั้นคู่ต่อสู้ของเขาพลาดที่จะแทงลงหลุมและแชมเบอร์เลนได้เรียกสิ่งนี้ว่า สนุกเกอร์ มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมกับเกมบิลเลียดในขณะนั้นมีการอ้างถึงผู้เล่นมือใหม่ที่ได้ถูกอธิบายว่าเป็น สนุกเกอร์

ผลดังกล่าวของสนุกเกอร์ในประเทศอังกฤษได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่โดยทั่วไปก็ยังคงเกมชนิดนี้ไว้สำหรับสุภาพบุรุษและหลายชมรมที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้ชายซึ่งมีโต๊ะบิลเลียดที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกได้เล่น เพื่อรองรับความนิยมของเกมขนาดเล็กที่ได้เปิดกว้างมากขึ้นสำหรับชมรมเฉพาะสนุกเกอร์ที่เริ่มจะก่อตัวมากขึ้น

สนุกเกอร์เติบโตในปลายศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 และในปี 1927 ได้มีเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิปครั้งแรก ได้จัดตั้งโดยโจ เดวิส ผู้ซึ่งเป็นนักกีฬาอิงลิชบิลเลียดและนักสนุกเกอร์อาชีพ ได้กระตุ้นเกมจากงานอดิเรกให้เป็นกีฬาอาชีพมากขึ้น โจ เดวิส ได้คว้าเวิลด์แชมเปียนชิปทุกครั้งจนถึงปี 1946 ที่เขาได้แขวนคิว สนุกเกอร์ได้เสื่อมถอยจนถึงทศวรรษ 1950 และ 1960 ได้สร้างความสนใจเล็กน้อยจากผู้เล่นวงนอกนั้นที่กำลังเล่น ในปี 1959 เดวิส แนะนำความแตกต่างของสนุกเกอร์อีกแบบที่รู้จักกันคือ สนุกเกอร์พลัส (Snooker-plus) โดยพยายามที่จะปรับปรุงความนิยมของสนุกเกอร์โดยการเพิ่มสองสีพิเศษ

ความก้าวหน้าที่สำคัญกำลังปรากฏขึ้น ในปี 1969 เมื่อ เดวิด แอทเทนเบอเรอห์ ได้รับหน้าที่จัดการแข่งขันสนุกเกอร์ พอตแบล็ก (Pot Black) เพื่อแสดงศักยภาพของโทรทัศน์สีกับโต๊ะสีเขียวและลูกหลายสีที่ให้ประโยชน์อย่างดีสำหรับการแพร่ภาพสี ขึ้นเรตติงจากความสำเร็จด้วยความยอดนิยมจากการชมมากที่สุดบนช่องบีบีซีทู จนทำให้สนุกเกอร์เป็นที่สนใจมากขึ้น และปี 1978 เวิลด์แชมเปียนชิป ได้ถ่ายทอดสดการแข่งขันอย่างเต็มที่ สนุกเกอร์ได้อยู่ในกระแสหลักอย่างเร็วในกีฬาหลัก

ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ และประเทศในเครือจักรภพจำนวนมากได้ประสบความสำเร็จมากในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์มากที่สุด ในปี 1985 ได้รวมผู้ชมทั้งหมด 18.5 ล้านจากการแข่งขันเฟรมสุดท้ายระหว่าง เดนนิส เทย์เลอร์ และ สตีฟ เดวิส ในปีที่ผ่านมาได้สูญเสียจากการโฆษณายาสูบ ที่ได้นำไปสู่​​การลดลงจำนวนการแข่งขันระดับอาชีพ แม้จะได้รับแหล่งที่มาจากบางสปอนเซอร์ใหม่ และมีความนิยมในตะวันออกไกลและจีน ที่มีความสามารถใหม่ๆ เช่น เหลียง เหวินปั๋ว ผู้เล่นเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเช่น ติง จวิ้นฮุย และ มาร์โก ฟู ที่ได้เป็นลางบอกเหตุที่ดีสำหรับอนาคตของการเล่นกีฬาในส่วนหนึ่งของโลก

ในปี 2010 โปรโมเตอร์ แบร์รี เฮิร์น ได้เข้ามาควบคุมสมาคมสนุกเกอร์โลกและเข้ามาฟื้นฟูจากภาวะย่ำแย่ให้ดีขึ้นและการปรับปรุงรายการใหม่ จำนวนทัวร์นาเมนต์อาชีพได้เพิ่มขึ้นมาใหม่และรูปแบบการแข่งขันบางรายการได้ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่โดยสร้างความสนใจให้พวกเขา ในปี 2013 ได้ตั้งเงินรางวัลมากกว่าเดิมสองเท่าจาก 3 ล้านปอนด์เป็น 7 ล้านปอนด์

ความแตกต่างของการเล่น สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเล่นสนุกเกอร์และบิลเลียด

1. โต๊ะสนุกเกอร์มาตรฐาน

ขนาด : 11 ฟุต 8 ½ นิ้ว x 5 ฟุต 10 นิ้ว (3596 มม. x 1778 มม.) โดยมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน บวกลบ ½ นิ้ว

ความสูงของโต๊ะ : วัดจากพื้นห้องถึงขอบผิวของคุชชั่น จะต้องอยู่ระหว่าง 2 ฟุต 9 ½ นิ้ว – 2 ฟุต 10 ½ นิ้ว (851 มม. – 876 มม.)

หลุม : โต๊ะจะมีหลุมตามมุม 2 หลุม ทางด้าน “จุดสปอต” เรียกว่า “หลุมบน” และอีก 2 หลุมทางด้านในเมือง ซึ่งเรียกว่า “ หลุมล่าง” และมีหลุมที่กึ่งกลางด้านยาวของโต๊ะอีกข้างละ 1 หลุม ซึ่งเรียกว่า “ หลุมกลาง” ขนาดต่างๆ ของหลุมต้องเป็นไปตามที่สมาคมบิลเลียดและสนุกเกอร์อาชีพโลกเป็นผู้กำหนด

เส้นเมืองและในเมือง : เส้นตรงซึ่งลากห่างจากขอบ และขนานดับคุชชิ่งล่าง 29 นิ้ว (737 มม.) เรียกว่า “เส้นเมือง” และเนื้อที่ซึ่งอยู่ระหว่างเส้นกับขอบคุชชิ่งล่าง เรียกว่า “ในเมือง”

ครึ่งวงกลม : ครึ่งวงกลมตัว D ซึ่งเขียนไว้ “ในเมือง” จะมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กึ่งกลางของ “เส้นเมือง” และรัศมี 11 ½ นิ้ว (292 มม.)

จุดต่างๆ : มีการกำหนดไว้ 4 จุด โดยตั้งอยู่บนแนวกึ่งกลางของโต๊ะตามทางยาว คือ

  • จุด “สปอต” ห่างจากขอบด้านในของคุชชั่นบน 12 ¾ นิ้ว (324 มม.)
  • จุด “เซ็นเตอร์” ตั้งอยู่ที่จุดกึ่งกลางระหว่างขอบคุชชั่นบน กับขอบคุชชั่นล่าง
  • จุด “ปิรามิด” ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่าง “เซ็นเตอร์” กับขอบคุชชั่นบน
  • “จุดกลางของเส้นเมือง”

2. ลูกต่างๆ

  • ลูกต่างๆจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง5 มม. โดยมีความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 0.05 มม. ลูกจะต้องมีน้ำหนักเท่ากัน ความคลาดเคลื่อนได้ไม่เกิน 0.5 กรัม ต่อ 1 ชุด
  • ลูกใดลูกหนึ่งหรือทั้งชุดอาจะให้เปลี่ยนได้โดยความเห็นชอบจากผู้เล่นร่วมกันหรือดุลยพินิจของผู้ตัดสิน

3. อุปกรณ์ไม้คิว

ไม้คิวที่ใช้ในการเล่นต้องมีความยาวไม่ต่ำกว่า 3 ฟุต (914 มม.) และรูปร่างลักษณะโดยทั่วไปต้องไม่ต่างจากที่นิยมใช้กันอยู่ปกติ

4. อุปกรณ์อื่นๆ

เรสต์ต่างๆ (คิวยาวเรียกว่า “Butts” หรือ “Half Butts”) ขึ้นอยู่กับความยาว ตัวต่อ และตัวปรับระยะที่อาจนำมาใช้ เมื่อผู้เล่นไม่สะดวกในการแทง โดยทั่วไปจะเป็นอุปกรณ์ที่ประจำอยู่ตามโต๊ะ

อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการเล่นพูล

1. โต๊ะพูล

ขนาด : 8 ฟุต ใช้ในการเล่นปกติทั่วไป 9 ฟุต ใช้ในการแข่งขัน
หลุม : หลุมด้านข้างจะใหญ่กว่าหลุมตรงหัวมุม และมุมด้านข้างเป็นลักษณะมุมเปิดกว่าหลุมหัวมุม

2. ลูก

ขนาดลูก 2 ¼ นิ้ว คือ ขนาดมาตรฐาน เกมส์ส่วนมากใช้ 15 ลูก

3. วิธีการวางลูก

พูลจะมีเกณฑ์หัวโต๊ะ,ท้ายโต๊ะ และมีกรอบสามเหลี่ยมไว้เซ็ทลูก สลับสีกันกับลูกลาย ส่วนลูกที่ใช้สอยจะวางอยู่ตรงไหนของโต๊ะก็ได้หลังจุดที่สอง

4. ไม้พูล

ความยาวของไม้จะอยู่ที่ 57-58 นิ้ว ขนาดปลายหัวไม้ 11-14 มิลลิเมตร

ความแตกต่างของการเล่น สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

ลักษณะการเล่นของ สนุกเกอร์ พูล และบิลเลียด

การเล่นสนุกเกอร์นั้น จะมีลูกสีแดงทั้งหมด 15 ลูก (1 แต้ม) และลูกสีที่ประกอบด้วยเหลือง (2แต้ม) เขียว (3แต้ม) น้ำตาล (4แต้ม) น้ำเงิน (5แต้ม) ชมพู (6แต้ม) ดำ (7แต้ม) อย่างละลูก โดยผู้เล่นจะต้องแทงลูกสีขาวหรือที่เรียกว่า “คิวบอล” กระทบลูกสีแดงให้ลงหลุมก่อนจึงจะเล่นลูกสีอื่นได้ จากนั้นเมื่อลูกสีแดงหมดโต๊ะ ผู้เล่นก็จะไล่เก็บสีตามคะแนนจากน้อยไปหามาก โดยสีดำจะเป็นลูกสุดท้าย ใครเป็นผู้ทำแต้มได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น โดยภาษาสนุกเกอร์เรียกว่า “เฟรม” แต้มสูงสุดของการเล่นสนุกเกอร์คือ 147 คะแนน หรือเรียกว่า “แม๊กซิมัม เบรก”

การเล่นบิลเลียดหรือแคม บิลเลียด ใช้บอลเพียงแค่ 3 ลูก ได้แก่ ขาว แดง เหลือง การเล่นบิลเลียดจะต่างจากการเล่นสนุกเกอร์ตรงที่สนุกเกอร์แทงลงจะได้แต้ม แต่บิลเลียดจะมีการทำคะแนนได้หลายอย่าง เช่นการแทงลูกขาวให้กระทบกับ 2 ลูกที่เหลือหรือที่เรียกว่าแคนนอลได้ 2 แต้ม ตบเหลืองลงได้ 2 แต้ม ตบแดงหรือเช็ดแดงเปลี่ยนขาวลงหลุมได้ 3 แต้ม แทงพลาดเสีย 1 แต้ม โดยไม่ลดแต้มผู้แทงแต่ไปเพิ่มแต้มให้คู่ต่อสู้แทน แทงพลาดและคิวบอล(ลูกสีขาว)ลงหลุมเสีย 3 แต้ม ทั้งนี้ใครได้แต้มถึงตามที่กำหนดถือว่าเป็นฝ่ายที่ชนะ

ส่วนการเล่นพูล หรือพอกเก็ต บิลเลียดจะแตกต่างจากการเล่นสนุกเกอร์ตรงที่ การเล่นพูลมีอยู่หลายแบบด้วยกัน ได้แก่ พูล 8 ลูกและแบบ 15 ลูก สำหรับพูลแบบ 8 ลูกนั้น จะประกอบด้วยลูกขาวและลูกเป้า 15 ลูก ที่มีหมายเลขกำกับ 1-15 โดยกติกามีอยู่ว่าผู้เล่นฝ่ายหนึ่งจะต้องตบลูกในกลุ่มหมายเลข 1 ถึง 7 ซึ่งเป็นลูกสี (Solid colors) ขณะที่ผู้เล่นอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องตบลูกในกลุ่มหมายเลข 9-15 ซึ่งเป็นลูกลาย (Stripes) ผู้เล่นในแต่ละฝ่ายจะต้องตบลูกในกลุ่มของตัวเองให้หมดก่อน จึงจะมีสิทธิ์ตบลูกหมายเลข 8 (ลูก 8) เพื่อเป็นผู้ชนะในเฟรมนั้น อย่างไรก็ตามผู้เล่นมีสิทธิ์เป็นผู้แพ้ทันทีหากว่าพลาดทำลูก 8 ลงหลุมในขณะเล่นลูกระบุไว้หรือขณะที่ไม่ใช่ลูกในเที่ยวแทง

มาถึงตรงนี้ หลายๆคนคงได้ร้อง อ๋อ แล้วใช่ไหมล่ะ ทั้ง 3 ชนิดมีความต่างกันก็คือ ขนาดของโต๊ะ การวางลูกในจุดต่างๆ วิธีการเล่นและการนับแต้ม การเล่นสนุกเกอร์ต้องมีความแม่นยำมากกว่า ด้วยขนาดโต๊ะที่ใหญ่และหลุมที่มีขนาดเล็กและแคบมากกว่าพูล ผู้ที่เล่นสนุกเกอร์ชำนาญจะกลายเป็นผู้ที่มีฝีมือทันทีในเรื่องของความแมนยำเมื่อมาเล่นพูล สนุกเกอร์เป็นกีฬาที่เล่นกันมากในแคนนาดา อังกฤษ ยุโรป ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย และอินเดีย นั่นเอง

อัปเดตความน่ารักและพัฒนาการของ แม่ลูกดารา ต้อนรับเทศกาลวันแม่แห่งชาติ 2563 เราเลยขออัปเดตความน่ารัก แม่ลูกดารา กับโมเมนต์สุดฟิน พร้อมอัปเดตพัฒนาการความน่ารักของทายาทตัวน้อย ขวัญใจชาวเน็ตทั้งประเทศ

อ่านบทความวน่าสนใจเพิ่มเติม : รู้จักกับ Ronnie O’Sullivan เจ้าของตำแหน่งแชมป์สนุกเกอร์ระดับโลก